Human Sees Design

Ease of use, Ease for you…

Home

รวบรวมเรื่องราวด้านการออกแบบ
  • Design Sprint

    November 8, 2019 by

    Using Design Sprint to solve big problems and test new ideas in just five days — Sakol Teeravarunyou สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่ Human see design นะครับ วันนี้เราจะมารีวิวหนังสือเล่มหนึ่งนะครับที่ชื่อว่า Sprint how to solve big problems and test new ideas in just five days เขียนโดย Jake Knapp จาก Google Ventures นะครับ Jake เป็นวิทยากรที่จัด workshop มามากว่า 100 ครั้งในบริษัทชื่อดังต่างๆ เช่น Slack, Medium… Read more

  • Game storming : A Playbook for Innovators, Rule breakers, and Change makers

    June 21, 2020 by

    หนังสือเล่มนี้แต่งโดย Dave Gray เขาได้เขียนหนังสือที่เป็นส่วนผสมของหนังสือที่เป็น Visual thinking กับ Design method เข้าด้วยกัน ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะเน้นหนักไปที่การออกแบบและธุรกิจ ผู้เขียนมีความสามารถในการวาดภาพที่เป็นเรื่องราว เขาพูดว่า Game กับ Play ไม่เหมือนกัน เพราะเกมมีกฎเกณฑ์  เขาได้เล่าว่าโลกของเกม โดยการจินตนาการว่าโลกเสมือนเป็นอย่างไรเพื่อให้คนเล่นค้นหาไอเดีย หลังจากนั้นก็ให้สร้างโลกที่มีกฎต่างๆ วัตถุที่เกิดขึ้นในโลก หลังจากนั้นให้เปิดโลกโดยคนเล่นต้องเข้าใจกฎเกณฑ์ และมีวิธีการเล่นอย่างไร ต่อมาคือการสำรวจเพื่อที่จะเล่น ทดสอบไอเดีย และลองกลยุทธ์ต่าง ๆ อันสุดท้ายคือ การปิดโลก ก็คือเมื่อเกมจบและบรรลุเป้าหมายแล้ว ปกติเป้าหมายของเกมจะมีลักษณะเป็น Fuzzy goal เหมือนการออกแบบที่ไม่รู้ว่าปลายทางจะออกมาเป็นอะไร เพราะเราเชื่อว่านวัตกรรมต่างๆ เกิดจากเป้าหมายที่ไม่ได้ตายตัว ในการออกแบบเกมนั้นก็จะมีลักษณะคล้ายกับกระบวนการออกแบบ ซึ่งเวลาที่เราระดมสมองก็จะเป็นลักษณะ Divegent คือ สามเหลี่ยมที่เปิดกว้างขึ้น ในขณะเมื่อต้องรวบรวมไอเดียก็จะเป็นสามเหลี่ยมที่แคบลงก็คือ Convergent ในการอออกแบบเขาเลยเรียกว่าเป็น Dimond shape ก็คือสามเหลี่ยมที่ชนกันสองอัน ในขณะที่ Dave จะมีกระบวนการตรงกลางที่เรียกว่าสำรวจโลก Explore อยู่ตรงกลางทำให้เป็นรูปร่างคล้ายไซดักปลา คือ มีสามเหลี่ยมปิดหน้าหลังและสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง… Read more

  • The ABCs of How We Learn

    June 21, 2020 by

    หนังสือเล่มนี้ผมได้จากครูตุ๊กตาที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ซึ่งเป็นหนังสือที่มาจาก AAALab ที่ Standord สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว๊ปไซด์ http://aaalab.stanford.edu/index.html หนังสือเล่มนี้จะเรียงเนื้อหาจากตัวอักษร A ถึง Z  A ในบทแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Analogy แปลภาษาไทยก็คือ การเปรียบเทียบ เช่น เราบอกว่าความรักเหมือนเกม บางครั้งคุณก็ชนะ บางครั้งคุณก็แพ้  ซึ่งปัญหาของผู้เรียนส่วนใหญ่คือ เข้าใจ concept ยาก และก็มองที่รายละเอียดโดยไม่ดูภาพใหญ่ เช่น ถ้าสอนเรื่องสีที่ทำให้สัตว์พลางตัว ผู้เรียนอาจจะสนใจสีแต่แต่ไม่สนใจว่าสีของสัตว์ที่พลางตัวมาได้อย่างไร ส่วนที่สำคัญที่ผู้เขียนกล่าวถึงคือ Deep structure ที่เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง case สองอย่าง เช่น อะไรคือ analogy ระหว่างความเข้มข้น กับ ความเร็ว ตอบได้ไหมครับสองอันนี้ดูเหมือนไม่เกี่ยวกันเลยแต่มีสิ่งหนึ่งที่เชื่อมกันก็คือ อัตราส่วน เพราะว่า ความเข้มข้น เท่ากับ มวลหารด้วยปริมาตร ในขณะที่ความเร็วเท่ากกับ ระยะทางหารด้วยเวลา ข้อควรระวังในการใช้ analogy ก็คือ เราสามารถเปรียบเทียบระหว่างการเคลื่อนที่ของสัญญาณในสมองในการเดินทางของเส้นประสาท กับ รถบนทางด่วน เพราะเหมือนกับทางด่วนของรถก็มีทางเข้าและออกเช่นเดียวกับเส้นทางเดินของเส้นประสาท… Read more

  • Mapping Experiences : A complete guide to creating value through journeys, blueprints and diagrams

    June 21, 2020 by

    หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้และการสร้างแผนภาพการจัดตำแหน่งหรือที่ผู้เขียนเรียกว่า Alignment diagram เพราะผู้เขียนเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทต่างๆ แล้วเขาพบปัญหาที่ว่าเวลาที่ลูกค้าต้องการโทรคุยกับบริษัทแล้วเกิดการโอนสายไปมาระหว่างแผนกต่างๆ ตรงนี้ถ้าเปรียบได้กับการทำงานร่วมกันขององค์กรก็คือการทำงานแบบ Silo หรือการทำงานแบบแยกส่วน ถ้านึกถึงไซโลก็คือ ท่อที่เป็นที่ยุ้งฉาง ในองค์กรใหญ่ๆมักจะมีปัญหาแบบนี้เพราะแบ่งหน้าที่กัน เช่น ฝ่ายวิศวกรรมก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับแผนกบัญชี หรือแผนกอื่นๆ เพราะบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของตนเอง หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นด้วยการแนะนำแผนภาพแบบต่างๆ เช่น Service blueprints, Customer Journey Map, Experience Maps, Mental Model Diagrams และ Spatial Maps ตอนช่วงแรกที่อ่านผมก็ยังแยกความแตกต่างไม่ออกระหว่าง Customer Journey Map กับ Experience Maps ว่ามันต่างกันอย่างไร ผู้เขียนได้เล่าว่ามันมีส่วนที่คล้ายกันถ้าเรามองเป็นภาพรวม ซึ่งเขาเรียกว่า Value-centered design ซึ่งจะแยกออกเป็น 3 ส่วน คือ Indiviauls, interaction และ organizations ตัวนี้ครับเป็นองค์ประกอบของ Alignment diagram ต่างๆ นั่นก็คือ… Read more

  • Essentialism

    June 21, 2020 by

    หนังสือเล่มนี้ผมซื้อมาในช่วงสัปดาห์หนังสือ พูดถึงหลักคิดที่เรียกว่า Essentialism ถ้าแปลเป็นไทยคือ ยึดมั่นในสิ่งสำคัญ ซึ่งหมายถึง การมีอำนาจควบคุมการตัดสินใจของตนเอง ทุกคนอาจจะเคยประสบปัญหาเรื่องทำหลายสิ่งหลายอย่างแต่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ในบางช่วงชีวิตคุณอาจจะมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนหลังจากนั้นคุณก็ทำจนประสบความสำเร็จอะไรบางอย่างแล้วกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ เช่น คุณได้ตำแหน่งสูงขึ้น หลังจากนั้นเราก็จะมีทางเลือกและโอกาสมากขึ้นก็จะมีคนมาเรียกร้องให้คุณสละเวลาและพลังงานมากขึ้น ทำให้คุณพยายามที่จะทำหลายสิ่งพร้อมกันมากขึ้นทุกที หลังจากนั้นเราก็จะไขว้เขวจากสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ และทำลายความชัดเจนที่เคยพาเราไปสู่ความสำเร็จตอนแรก ปัญหาที่กล่าวมาคือเรามีทางเลือกมากไปและทำสะเปะสะปะ ผู้เขียนวาดรูปวงกลมที่มีลูกศรแตกกระจายรอบทิศเหมือนดวงอาทิตย์ กับอีกอันคือมีลูกศรพรุ่งตรงไปข้างหน้าเส้นเดียว อันนี้อธิบายได้ชัดเจนเลยว่าเราใช้พลังงานไปกับอะไรมากที่สุด ลองคิดดูครับว่าถ้าบริษัทลดการประชุมที่ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและมอบพื้นที่ให้กับพนักงานเพื่อให้พวกเขาคิดและทำงานที่สำคัญที่สุดของตัวเอง ถ้าสังคมบอกให้เราเลิกซื้อของมากขึ้น ซื้อของที่จำเป็น เลิกเชิดชูค่านิยมของการมีมากหันมาเชิดชูค่านิยมของการมีน้อย เปลี่ยนจากทำมากอย่างไร้วินัยไปเป็นทำน้อยแต่อย่างมีวินัย เลือก บทนี้เขียนไว้ดีมากว่าถ้าชีวิตนี้คุณทำได้แค่สิ่งเดียว คุณคิดว่าจะทำอะไร เพราะอำนาจในการเลือกไม่อาจถูกพรากหรือมอบให้ผู้อื่นได้ มีแต่จะถูกลืมเลือนไปเท่านั้น หมายความว่าไงครับ ได้มีการวิจัยเรื่อง ภาวะสิ้นหวังจากการเรียนรู้ โดย มาร์ติน เซลิกแมน ขาทดลองโดยให้สุนัขไปอยู่ในกล่องทดลองที่มีพื้นที่ไฟฟ้าช๊อตเป็นช่วงๆ กับอีกข้างปลอดภัยจากการช๊อต พบว่าลูกสุนัขบางตัวปรับตัวที่จะกระโดดข้ามกระดานเพื่อไม่ให้โดนช๊อต อีกพวกไม่ปรับตัวซึ่งจริงๆ แล้วเราเลือกได้ ผู้เขียนได้เปรียบว่าอำนาจในการเลือกไม่อาจถูกพรากหรือถูกมอบให้ผู้อื่นได้มีแต่จะถูกลืมเลือนไปเท่านั้นและถ้าเราไม่เลือกก็จะมีคนมาเลือกให้เรา  คนที่บอกว่าเรามีแต่งานล้นเพราะเราคิดว่าทุกสิ่งสำคัญ บางคนอาจจะบอกตัวเองว่าสามารถทำได้ทุกสิ่งแต่ในความเป็นจริงมันเหมือนได้อย่างเสียอย่าง ดังนั้นกระบวนการของ Essentialism มีกระบวนการสำรวจแยกแยะดังนี้ ปลีกตัว  ใน d.school พื้นที่ในห้องเล็กๆ ที่อยู่ได้ไม่เกิน 3 คน ในนั้นไร้หน้าต่าง เก็บเสียง… Read more

View all posts

Follow My Blog

Get new content delivered directly to your inbox.

Design a site like this with WordPress.com
Get started